Tuesday 21st of November 2017
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

news blog logo

สมาชิก เข้าสู่ระบบ


ป้ายโฆษณา

IFPSM

 

IFPSM Affiliates

ป้ายโฆษณา

Adv. C.P.S.

 

PMP

 

PMI

 

TPQI

 

CPSM Interview

ป้ายโฆษณา

Download Newsletter

ป้ายโฆษณา

 
ป้ายโฆษณา

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home Event Food for Thought Food for Thought # 56&57 [ ยุทธศาสตร์การบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชน 2557 ติดอาวุธนักจัดซื้อไทยแข่งขันอย่างมั่นใจในเวทีโลก ]

วันพฤหัสบดีที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 00:%M น.

 

"รายการอาหารสมอง ครั้งที่ 56และ57 (Food for Thought #56&57)"

ยุทธศาสตร์การบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชน 2557

ติดอาวุธนักจัดซื้อไทยแข่งขันอย่างมั่นใจในเวทีโลก


วันพฤหัสบดี ที่ 27 และศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557

ณ ไบเทค บางนา

 


สรุปประเด็นสำคัญในการเสวนาในรายการอาหารสมองครั้งที่ 56-57 (revision 0 )

เมื่อวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2557 

หัวข้อ “กลยุทธ์การบริหารงานจัดซื้อและซัพพลายเชน 2557 ติดอาวุธให้นักจัดซื้อไทย มั่นใจในเวทีโลก”

        ทันทีที่ลงจากเวทีเสวนา วิทยากรของเราก็มาสรุปประเด็นที่ได้พูดไป การสรุปนี้เป็นการหาความคิดรวบยอดจากการเสวนาและเน้นประเด็นสำคัญ ผมเองในฐานะที่เป็นผู้นำการเสวนาก็จับการสรุปของทั้งสองวันมาจัดหมวดเข้าไว้เพื่อให้ผู้ฟังได้กลับมาทบทวนหลังจากที่ได้ฟังเสวนาของพวกเรา

        ในปี 2557 และ อนาคตอันใกล้นี้ ปัจจัยที่มีผลต่อ Supply Target ได้แก่ ระบบเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ  หากกล่าวถึงเศรษฐกิจ วิทยากรผู้ร่วมเสวนากล่าวรวมไปหมดทั้งของไทยและของโลก โดยวิทยากรยกตัวอย่างผลกระทบที่เกิดจากเศรษฐกิจและแนวคิดในการแก้ปัญหาของนักจัดซื้อที่ผ่านมาย้อนไปตั้งแต่สมัยต้มยำกุ้ง ซับไพร์ม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าปัจจุบันนักจัดซื้อมืออาชีพถูกผู้บริหารคาดหวังว่าจะต้องรู้จักซัพพลายเชนของตัวเองและสามารถคาดคะเนผลกระทบ และอีกทั้งต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบทั้งในระดับบริษัท และในระดับซัพพลายเชนเลยทีเดียว 

ความรู้ (อาวุธ) ที่จะต้องมีคือ ความรู้ทางในธุรกิจของตัวเอง และเครื่องมือช่วยจำพวก Market Intelligence หรือ Business index ต่างๆ  

        ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะยังคงชะลอตัว นักจัดซื้อต้องคอยจับตามองต้นทุนและกระแสเงินสด แต่ก็ต้องคอยประคับประคองให้ซัพพลายเออร์สำคัญ ๆ ให้อยู่รอดด้วย ใช้หลัก Supplier Relationship Management โดยต้องสื่อสารข้อมูลกันให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ใช้ความรู้ทั้งหมดของคนในองค์กรมาร่วมประเมินความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจ

        นักจัดซื้อต้องนำข้อมูลทางด้าน Supply Side ทั้งในเรื่องแนวโน้มราคา และปริมาณสินค้าในตลาด ที่อาจจะขาดแคลน มาให้ผู้บริหารเพื่อการตัดสินใจที่เที่ยงตรงมากขึ้น  มากไปกว่านั้นนักจัดซื้อต้องพัฒนาความสามารถเรื่องทำข้อเสนอ Recommendation ให้ผู้บริหารได้



        แต่สิ่งที่วิทยากรทุกท่านเห็นด้วย คือการทำ BCP, Business Continuity Plan บริษัทชั้นนำทุกวันนี้ต่างเตรียมความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น  ฝ่ายจัดซื้อก็เช่นเดียวกัน อย่างมุ่งเน้นเรื่องลดต้นทุนสินค้าหรือมุ่งเป้าคิดแต่ Life Cycle หรือ Total Cost อย่างเดียว ทำงานสมัยนี้ต้องคิดถึง Cash Flow และการ Secure Supply ทุกสถานการณ์  บางกรณีมีเงินก็ซื้อไม่ได้ เราต้องทำให้บริษัทพร้อมที่จะดำเนินการผลิต หรือให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ แม้ว่าต้นทุนจะสูงกว่าปกติแต่เมื่อเทียบกับการแข่งขันแล้วเราจะต้องได้เปรียบในภาพรวม  โดยวิทยากรมีตัวอย่างเช่น  ในปี 2008 ที่ราคาของวัตถุดิบขึ้นอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าจะมีการทำสัญญาระยะยาวไว้ลงหน้าแต่เมื่อราคาตลาดได้สูงขึ้นหลายเท่าตัว ก็ทำให้คู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามสัญญา นักจัดซื้อต้องมีกระบวนการวิเคราะห์และมีเครื่องมือที่จะทำให้สามารถซื้อได้ในราคาตลาดได้ในที่สุด  อีกหลายตัวอย่างที่วิทยากรทั้งสองวันได้กล่าวถึงคือ ความรู้ในการคิดวิเคราะห์โครงสร้างราคาเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ

        ในอนาคตอันใกล้นี้ โลกกำลังให้ความสนใจและมีแนวโน้มในการให้มีการรับรองผู้ที่ทำงานด้านจัดซื้อ ดังนั้น เราต้องเข้าใจและตระหนักว่าเราไม่สามารถต่อต้านกระแสนี้ได้  เราควรเตรียพร้อม และลงทุนกับหลักสูตรที่ได้รับการรับรองระดับวุฒิบัตรเป็นอย่างน้อย แม้นจะได้รับการรับรองแล้วก็ตาม  เราจะต้องมีการเรียนรู้พัฒนาตลอดชีวิต 

 สรุปทักษะ/ความรู้ที่สำคัญในการทำงานของนักจัดซื้อ
  1. มีความรู้ด้านเศรษฐกิจ ด้านธุรกิจ ซัพพลายเชน 
  2. การจัดการความเสี่ยง 
  3. สามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่น ๆ ในการสื่อสารกับต่างประเทศ 
  4. ความกล้าแสดงความคิดเห็น วิธีการตั้งคำถาม 
  5. การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ Problem Solving และการคิดวิเคราะห์ 
  6. การบริหาร (management) 
  7. การมี Commitment คือ รับปากแล้วต้องทำให้ได้ 
  8. ความมุ่งมั่น (กัดไม่ปล่อย) ต้องติดตามจนปัญหาลุล่วงไป ไม่ใช่แก้ปัญหาไปวัน ๆ 
  9. ต้องคิดเป็นกลยุทธ์ 
  10. ต้องมีความรู้ 
    • ต่อตัวสินค้าที่ซื้อโดยเฉพาะสินค้าจำพวก Technical และ 
    • กระบวนการในจัดซื้อ (Operational) เช่น กระบวนการคัดเลือกซัพพลายเออร์ การทำสัญญา การจัดซื้อแบบโครงการ รวมไปถึง เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ ที่สามารถนำมาลดความเสี่ยงได้ 
  11. ต้องหูไวตาไว สนใจสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ 
  12. มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทั้งภายในและภายนอกองค์กร 
    • เทคนิคในการครองใจคน 3A (Advise, Assist, At heart ให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ ด้วยใจจริง)
    • ต้องรู้และเข้าใจในการกำหนดกลยุทธ์ Supplier Relationship Management 
    • ต้องเป็นนักการทูต Diplomatic Person 
  13. มีการสื่อสารที่มีประสิทธิผล ใช้เครื่องมือสื่อสารให้เหมาะสม และมีทักษะการฟัง อ่าน พูด เขียน 
  14. การทำงานต้องทำเชิงวิเคราะห์ และมีข้อมูลจริง การใช้เทคนิคการพูดต่อรองหรือคิดว่าตัวเองอยู่ในบริษัทชั้นนำนั้นไม่ได้ผลแล้ว ทุกวันนี้เราต้องแข่งกันด้วยซัพพลายเชน 
  15. ต้องมีจรรยาบรรณ มีสัจจะ และมีความเป็นมืออาชีพ 
  16. มีความรู้เรื่องการใช้ IT เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน 
  17. มีทัศนคติที่ดี และทำตัวให้มีคุณค่าต่อองค์กร 
  18. มีการรับรองและมีลักษณะของการเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่หยุดขวนขวายพัฒนาตัวเอง 
  19. Proactive ต้องตื่นตัว ต้องชิงลงมือก่อนเกิดปัญหา

 
ระหว่างการเสวนาผมได้ตั้งข้อสังเกตไว้เกี่ยวกับวิธีการคิดและวิธีการที่วิทยากรส่วนใหญ่ปฏิบัติ ดัง model นี้
        ผมต้องขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่ให้เกียรติรับเชิญมาร่วมเสวนาอีกครั้ง ทุกๆครั้งที่ผมได้ทำหน้าที่ในการเสวนา ผมรู้สึกสนุกและตื่นเต้นที่ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มุมมองต่างๆ นำมาผสมผสาน ประยุกต์ใช้ในการทำงาน ผมได้รับเช่นนั้นและก็คิดว่าผู้ฟังก็เช่นเดียวกัน


อกนิษฐ์ สมิตะพินทุ
   Mar01,14     
 













ชมภาพกิจกรรมที่เหลือใน Fanpage สมาคมฯ นะครับ  www.facebook.com/Thaibuyer

 

 

ป้ายโฆษณา

[ Home || About PSCMT ||  C.P.S. & C.P.K. || CPSM || Training & Seminar || News || Event || Download || FAQs ]

© 2005 Purchasing and Supply Chain Management Association of Thailand. All right reserved.
26/56 Chan Tat Mai Road, TPI Tower, 23rd floor, Tungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120 THAILAND
Tel. +66 2678 6786-7 Fax. +66 2678 6788