Monday 25th of May 2015
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

news blog logo

สมาชิก เข้าสู่ระบบ



รับสมัครเจ้าหน้าที่

 

 

Download Newsletter

ป้ายโฆษณา

Select Course

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา

ELMA 2013

ป้ายโฆษณา

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home News Purchasing & Supply Chain News ประกาศป.ป.ช.เรื่องแสดงบัญชีของคู่สัญญารัฐมีผลแล้ววันนี้

ประกาศป.ป.ช.เรื่องแสดงบัญชีของคู่สัญญารัฐมีผลแล้ววันนี้

        ประกาศป.ป.ช.เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการจัดทำแสดงบัญชีรายการรับจ่ายโครงการที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ มีผลแล้ววันนี้ มูลค่าโครงการ2ล้านต้องแจ้งสรรพากร

 

       เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่คำประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ซึ่งลงในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 ธ.ค.2554 และมีผลแล้วในวันนี้ (20) ให้คู่สัญญาตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากร

      สำหรับประกาศดังกล่าว ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
      อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และมาตรา 1.3/7 วรรคสอง และวรรคสี่ แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 32 มาตรา 35 มาตรา 41 และมาตรา 43
     

      ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ประธานป.ป.ช. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป.ป.ช. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ2554”

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 2 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2554 เป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ 5 วรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป”

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า “หน่วยงานของรัฐ” และ “สัญญา” ในข้อ 3 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นใดที่ดำเนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและได้รับเงินอุดหนุนหรือเงินหรือทรัพย์สินลงทุนจากรัฐหน้า 14 เล่ม 128 ตอนที่ 91 ก ราชกิจจานุเบกษา 19 ธันวาคม 2554

“สัญญา” หมายความว่า สัญญาใด ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อดำเนินการตามโครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุไม่ว่าด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างหรือวิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุหรือระเบียบ ข้อกำหนด กฎ หรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ สัญญาสัมปทาน และสัญญาให้ทุนสนับสนุนของหน่วยงานของรัฐเพื่อการวิจัยหรือเพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และให้หมายความรวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญาซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระสำคัญด้วย”

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 6 ความในข้อ 5 มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้

(1) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล

(2) คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการในประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ชำระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไปต่างประเทศโดยตรง

กรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้”

ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 10 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคล หรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 10 ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามกำหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้

(1) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
(ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น
(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น
(2) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
(ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้นให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตาม (1) และ (2) จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา”

ข้อ 6 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 11 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 11 กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจำปีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากรตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่”

ข้อ 7 ให้ยกเลิกแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบท้ายประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 และให้ใช้แบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบท้ายประกาศนี้แทน

ข้อ 8 ในระหว่างที่ข้อ 5 วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2554 ยังไม่ใช้บังคับ ให้คู่สัญญาตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบท้ายประกาศนี้

ข้อ 9 ในระหว่างที่การจัดทำระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 ยังไม่แล้วเสร็จ

ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายตามข้อ 10 แห่งประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2554 เป็นเอกสารต่อกรมสรรพากร

ข้อ 10 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2554
ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 

ที่มา : .กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

ป้ายโฆษณา

[ Home || About PSCMT ||  C.P.S. & C.P.K. || CPSM || Training & Seminar || News || Event || Download || FAQs ]

© 2005 Purchasing and Supply Chain Management Association of Thailand. All right reserved.
26/56 Chan Tat Mai Road, TPI Tower, 23rd floor, Tungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120 THAILAND
Tel. +66 2678 6786-7 Fax. +66 2678 6788