Sunday 24th of September 2017
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

news blog logo

สมาชิก เข้าสู่ระบบ


ป้ายโฆษณา

IFPSM

 

IFPSM Affiliates

ป้ายโฆษณา

Adv. C.P.S.

 

PMI

 

TPQI

 

CPSM Interview

ป้ายโฆษณา

Download Newsletter

ป้ายโฆษณา

 
ป้ายโฆษณา

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home News Purchasing & Supply Chain News ทูตไทยส่งสัญญาณเตือนถนนทุกสายมุ่งไปพม่า รัฐต้องตื่นพร้อมลุยลงทุน

     ช่วงนี้ประเทศพม่า หรือเมียนมาร์ กำลังเนื้อหอม เพราะเพิ่งเปิดประเทศ หลายประเทศแห่เข้ามาลงทุนกันคึกคัก เรียกได้ว่าถนนทุกสายมุ่งมายังประเทศพม่า กระทั่ง “บารัค โอบามา” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังต้องรีบมาเชื่อมสัมพันธ์ด้วยตนเอง ภายหลังจากชนะการเลือกตั้งชิงประธานาธิบดีในสมัยที่ 2

     อย่างไรก็ดี แม้ว่าพม่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิดกับไทย มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่ปรากฏว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักพม่า ทั้งที่ในอีก 3 ปีข้างหน้า ไทยและพม่าจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
     ดังนั้น สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) จึงได้เชิญนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ประเทศพม่า มาบรรยายให้แก่คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง วตท.15 ในหัวข้อ “มิติใหม่ธุรกิจไทยในเมียนมาร์”

      ท่านทูตพิษณุกล่าวว่า พม่าเพิ่งจะเปิดประเทศ ดังนั้น นักธุรกิจไทยที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในพม่าต้องทำใจใน 3 เรื่อง คือ 1. ข้อมูลที่สำคัญในเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพม่า โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจยังมีจำกัด, 2. ต้นทุนการทำธุรกิจ (Business Operating Costs) ในพม่าสูงมาก เพราะจะหวังพึ่งใช้กลไกของรัฐอย่างเดียวไม่ได้ และ 3.พม่าอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศที่เปิดรับการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น ดังนั้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยังมีน้อย โดยเพิ่งผ่านกฎหมายการลงทุนต่างชาติ (Myanmar Foreign Investment Law : FIL) แต่กฎหมายนี้ไม่ใช่แก้วสารพัดนึก เพราะยังมีความเกี่ยวพันกับกฎหมายอื่นๆอยู่มาก ซึ่งยังต้องมีการปรับปรุง เช่น กฎหมายแรงงาน เป็นต้น
      “แต่หากเรายังกล้าๆ กลัวๆ หรือมัวแต่รอให้พม่ามีความชัดเจนในเรื่องต่างๆ ก็ขอแนะนำว่าอย่าเข้าไปลงทุนทำธุรกิจที่นี่เลย เพราะถึงเวลานั้น เราก็จะตามประเทศอื่นๆไม่ทัน เนื่องจากขณะนี้มีต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจที่พม่าเป็นอย่างมาก”
     นายพิษณุกล่าวว่า ขณะนี้ทางสถานทูตไทยประจำนครย่างกุ้งได้พร้อมเข้าไปสนับสนุนนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปทำธุรกิจในพม่า ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเรื่องข้อมูลการทำธุรกิจทั้งหลาย การช่วยหาพันธมิตรหรือคู่ค้าในพม่า ที่สำคัญ ทางสถานทูตไทยยังได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์ http://www.thaiembassy.org/ yangon/ ให้ทันสมัยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารในพม่า ข้อมูลทางธุรกิจ เช่น ภาพรวมด้านเศรษฐกิจ ทั้งยังมีข้อสรุปประจำสัปดาห์สำหรับข่าวสารธุรกิจในพม่าดังนั้น การเข้าไปทำธุรกิจในพม่าของนักธุรกิจไทยจะไม่มืดบอดเหมือนที่ผ่านมา ทางสถานทูตไทยพร้อมช่วยสนับสนุนข้อมูล แต่สิ่งที่ทำไม่ได้คือ การช่วยตัดสินใจว่าจะเข้าไปทำธุรกิจในพม่าดีหรือไม่ ซึ่งต้องอยู่ที่ดุลพินิจของตัวนักธุรกิจเอง”
     ท่านทูตพิษณุกล่าวว่า เราต้องยอมรับว่าคนไทยมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับพม่าน้อยมาก ทั้งที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนใกล้ชิดกับไทย เช่น เราไม่เคยรู้เลยว่าหากพม่าเปิดประเทศเมื่อไหร่ จะเป็นคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของไทย เพราะพม่ามีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก อาทิ พม่ามีหิมะตกตลอดปี มี “สกีรีสอร์ต” ให้นักท่องเที่ยวเล่นสกีหิมะได้ ทางเหนือของพม่ามีทะเลสาบขนาดใหญ่ ซึ่งที่นั่นมีการทำรีสอร์ตคล้ายๆแบบ “มัลดีฟส์”
     “ขณะเดียวกันพม่ายังเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ขุดในทะเลก็เจอก๊าซธรรมชาติ ขุดไปบนบกก็เจอน้ำมัน นี่เป็นเหตุผลที่โอบามาต้องมาพม่า และยังเป็นเหตุผลให้ยุโรปต้องดาหน้ากันมา ขณะเดียวกันพม่ายังมีโครงการพัฒนาประเทศเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงการท่าเรือน้ำลึกทั้งในอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน รวมทั้งโครงการท่าเรือในแม่น้ำ ซึ่งขณะนี้จีนและญี่ปุ่นนับเป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนในโครงการต่างๆของพม่าเป็นจำนวนมาก อย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งภาคเอกชนของไทยได้รับสิทธิ์และรัฐบาลไทยให้ความสนใจนั้น หากไทยยังละล้าละลังกับโครงการนี้ ก็จะมีประเทศอื่นพร้อมเสียบแทนทันที ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเสียดาย”
      ท่านทูตพิษณุกล่าวว่า อย่างไรก็ดี จากการที่ถนนทุกสายมุ่งมายังพม่า ทำให้ขณะนี้ค่าครองชีพในพม่าสำหรับคนต่างชาติอยู่ในระดับที่สูงมาก อย่างนครย่างกุ้งมีดัชนีค่าครองชีพสูงสุดในอันดับที่ 37 ของ 50 นครทั่วโลก ราคาที่ดินในย่างกุ้งหลายแห่งแพงกว่าที่สีลมบ้านเรา ถึงขั้นขายกันเป็นตารางฟุตเลย
     “ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติที่มองพม่าคือเป็นตัวเชื่อมระหว่างจีนและอินเดีย ขณะที่รัฐบาลพม่าที่เริ่มเข้าสู่โหมดปรองดองในชาติ พร้อมกับมีแผนบันได 3 ขั้น เพื่อให้ประเทศพม่าทะยานและเป็นที่รู้จักของสังคมโลก นั่นคือ 13/14/15 เริ่มตั้งแต่ปี 2013 พม่าจะเป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของพม่าในรอบ 40 ปีที่เป็นเจ้าภาพงานระดับที่ยิ่งใหญ่ ทั้งยังถือเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้สังคมได้รู้จักเมืองหลวงใหม่ นั่นคือ กรุงเนปิดอว์ ขณะที่ปี 2014 พม่าจะเป็นประธานอาเซียน และปี 2015 พม่าจะเปิดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป”
     ท่านทูตพิษณุย้ำว่าคนไทยจะต้องลดมายาคติที่มองพม่าในเชิงลบ เพราะพม่ากลับมีทัศนคติในทางบวกต่อคนไทยและประเทศไทยอย่างมาก ที่สำคัญขณะนี้พม่ากำลังเนื้อหอมและมีศักยภาพที่น่าเร้าใจในสายตาของโลก ดังนั้นเราจะต้องเร่งหาที่ยืนในพม่าให้ได้ ก่อนที่ต่างชาติจะเข้ามายึดเต็มจนเราไม่มีที่ยืน.


ที่มา: http://www.thairath.co.th 

 

ป้ายโฆษณา

[ Home || About PSCMT ||  C.P.S. & C.P.K. || CPSM || Training & Seminar || News || Event || Download || FAQs ]

© 2005 Purchasing and Supply Chain Management Association of Thailand. All right reserved.
26/56 Chan Tat Mai Road, TPI Tower, 23rd floor, Tungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120 THAILAND
Tel. +66 2678 6786-7 Fax. +66 2678 6788