Sunday 24th of September 2017
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

news blog logo

สมาชิก เข้าสู่ระบบ


ป้ายโฆษณา

IFPSM

 

IFPSM Affiliates

ป้ายโฆษณา

Adv. C.P.S.

 

PMI

 

TPQI

 

CPSM Interview

ป้ายโฆษณา

Download Newsletter

ป้ายโฆษณา

 
ป้ายโฆษณา

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home News Purchasing & Supply Chain News สัปดาห์นี้ จับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ มีผลต่อราคาทอง

 

 

 

สัปดาห์นี้ จับตาตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ มีผลต่อราคาทอง

 

 


        ราคาทองยังปรับตัวในกรอบแคบๆ หลังนักลงทุน ยังไม่มั่นใจเรื่องการแก้ปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ ด้านนักวิเคราะห์ แนะ สัปดาห์นี้จับตา ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ...  

 

        มีแรงขายกลับออกมาอีกครั้งในการซื้อขายช่วงค่ำของวันศุกร์ จนราคาทองกลับปรับตัวลงมาเคลื่อนไหวที่แนวรับบริเวณ 1,700-1,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง โดยนักลงทุนยังไม่มั่นใจเรื่องการแก้ปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ หลังจากสมาชิกจากทั้งพรรคเดโมแครต และรีพับลิกัน ยังไม่สามารถหาข้อยุติเกี่ยวกับปัญหานี้ได้ 

 

        โดยราคาทองเมื่อวันศุกร์ปิดตลาดที่ 1,714.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลงจากระดับปิดของวันพฤหัส 10.77 ดอลลาร์ ราคาทำจุดต่ำสุดและจุดสูงสุดที่บริเวณ 1,713 และ 1,728 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศชนิด 96.5% เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขายออกที่บาทละ 25,000 บาท และรับซื้อคืนที่บาทละ 24,900 บาท กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุน ETF ที่ถือครองทองคำแท่งขนาดใหญ่รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า มีการปรับเพิ่มปริมาณการถือครองทองคำขึ้น 1.81 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันกองทุนถือครองทองคำมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,348.83 ตัน

 

        เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเปิดเผยว่า ภาคการผลิตของจีนขยายตัวมากที่สุดในรอบ 7 เดือนในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจจีน จะฟื้นตัวมากขึ้นในไตรมาส 4 ทั้งนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นสู่ 50.6 ในเดือนพฤศจิกายนซึ่งสอดคล้องกับความเห็นนักวิเคราะห์ และเป็นหลักฐานล่าสุดที่แสดงว่า ภาคการผลิตของจีนกำลังขยายตัวมากขึ้นจากอุปสงค์ในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้น เศรษฐกิจจีนขยายตัว 7.4% ในไตรมาส 3 ซึ่งชะลอตัวเป็นไตรมาสที่ 7 ติดต่อกัน และทำให้มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1999 ในปีนี้ 

 

        ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือกรีซนั้น ในช่วงเย็นวันศุกร์ สภาผู้แทนราษฎรของเยอรมนีได้ลงมติ รับรองมาตรการช่วยเหลือกรีซแล้ว โดยสมาชิกสภาให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 473 เสียงไม่เห็นชอบ 100 เสียง ขณะที่งดออกเสียง 11 เสียง จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 584 เสียง มาตรการที่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้ มีการตั้งเป้าที่จะปรับลดภาระหนี้ของกรีซลงสู่ 124% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศภายในปี 2020 จึงทำให้ความกังวลปัญหานี้ลดลงได้ในระดับหนึ่ง ตลาดยังคงให้ความสนใจเรื่องปัญหาหน้าผาทางการคลังของสหรัฐฯ ที่ยังไม่สามารถหาข้อตกลงระหว่างสมาชิกจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันได้ 

 

        และนอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ในสัปดาห์นี้จะมีการรายงานตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ซึ่งในการรายงานเดือนก่อนนั้น ตัวเลขอัตราการว่างงานและตัวเลขการจ้างงานโดยรวมของสหรัฐฯออกมาดีกว่าที่ตลาดประเมิน จนมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นผลจากประเด็นการเมืองที่ใกล้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ดังนั้นในการรายงานครั้งนี้ จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุน ส่วนภาพการเคลื่อนไหวของราคาทองในทางเทคนิคนั้น คงต้องระวังแรงขายที่คาดว่าจะมีกลับออกมามากหากราคาทองไม่สามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ และคาดว่าราคาทองจะปรับตัวลงไปยังแนวรับบริเวณ 1,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะเริ่มดีดตัวขึ้นได้ต่อไป

 

 

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/

 

ป้ายโฆษณา

[ Home || About PSCMT ||  C.P.S. & C.P.K. || CPSM || Training & Seminar || News || Event || Download || FAQs ]

© 2005 Purchasing and Supply Chain Management Association of Thailand. All right reserved.
26/56 Chan Tat Mai Road, TPI Tower, 23rd floor, Tungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120 THAILAND
Tel. +66 2678 6786-7 Fax. +66 2678 6788