Tuesday 21st of November 2017
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

news blog logo

สมาชิก เข้าสู่ระบบ


ป้ายโฆษณา

IFPSM

 

IFPSM Affiliates

ป้ายโฆษณา

Adv. C.P.S.

 

PMP

 

PMI

 

TPQI

 

CPSM Interview

ป้ายโฆษณา

Download Newsletter

ป้ายโฆษณา

 
ป้ายโฆษณา

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์

ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
Home News Purchasing & Supply Chain News กสิกรชี้ข้อดี-เสียเข้าร่วมTPP แนะไทยต้องรอบคอบ

 

       วิจัยกสิกร ชี้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก TPP ต้องศึกษาผลกระทบให้รอบคอบ หากไม่เข้าร่วมอาจพลาดโอกาสทางการค้ากับสหรัฐฯ กลับกันหากเข้าร่วมจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ภาคบริการและการเงิน แนะรัฐสร้างความแกร่งให้ธุรกิจในประเทศ ปฏิรูปกฎหมายป้องกันการผูกขาด ดูแลการเคลื่อนย้ายเงินทุน อัตราแลกเปลี่ยน ก่อนเข้าร่วมเพื่อประโยชน์ชาติ...

 

        ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยบทวิเคราะห์ กรณีการเยือนไทยเป็นครั้งแรกของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสมัยที่สองในวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า นอกจากจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีนัยที่สำคัญต่อการเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนในระดับที่ใกล้ชิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะผ่านการสานกรอบ “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” หรือ TPP แม้ว่ารัฐบาลไทยแสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมเจรจาข้อตกลง TPP ไปแล้ว แต่กระบวนการเจรจาที่จะนำไปสู่การตัดสินใจตกลงเข้าร่วมจริงในทางปฏิบัติ ยังต้องอาศัยเวลา เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตามมาตราที่ 190 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขณะเดียวกันภาครัฐ ต้องมีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ถึงผลกระทบและผลดีจากการเข้าร่วม TPP ดังกล่าว  

 

       นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการที่ประเทศสมาชิก TPP ทั้ง 11 ประเทศ จะต้องพิจารณาเห็นชอบ หรือให้ฉันทามติ รับไทยเข้าเป็นสมาชิกอีก ซึ่งโอกาสการต่อรอง หรือปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของข้อตกลงในเวลานั้น น่าจะทำได้ในขอบเขตที่จำกัด เพราะเป็นข้อตกลงที่ทำในระดับพหุภาคี หรือระหว่างสมาชิกหลายประเทศ 

 

        สำหรับไทยนั้นในด้านหนึ่ง การตัดสินใจไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก อาจทำให้ไทยพลาดโอกาสทางการค้าครั้งสำคัญ โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ ที่ไทยยังไม่ได้มีข้อตกลงทางการค้าด้วย ท่ามกลางสถานการณ์ที่คู่แข่งสำคัญ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก TPP แล้ว แต่ในอีกด้านหนึ่ง การตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก ย่อมจะทำให้หลายภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ภาคบริการ ซึ่งรวมถึงบริการทางการเงิน ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ด้วยข้อผูกพันการเปิดตลาดภายใต้กรอบ TPP ที่อยู่ในระดับที่เข้มข้นกว่ากรอบ AEC ภายใต้เงื่อนเวลาการเปิดเสรีที่อาจงวดเข้ามาใกล้เคียงกัน ภายในอีก 3-8 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ข้อบทหลายประเด็นของ TPP อาจเกี่ยวข้องกับ ผลประโยชน์ของประชาชนทั่วไป เช่นเรื่องสิทธิบัตรยา หรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น เช่น สิทธิบัตรพืชและสัตว์หรือการคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เป็นต้น

 

       ดังนั้น นอกจากการเตรียมการตั้งรับอย่างจริงจังของผู้เล่นในประเทศ ภายใต้สนามการแข่งขันที่อาจเปลี่ยนรูปแบบไปมากแล้ว สิ่งที่ภาครัฐควรคำนึงและดำเนินการก่อนที่จะมีการเปิดเสรี คือ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ธุรกิจในประเทศ การปฏิรูประบบกฎหมายให้รองรับการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ป้องกันการผูกขาดและการมีอำนาจเหนือตลาด ประเด็นของการดูแลเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน เงินทุนเคลื่อนย้าย อัตราแลกเปลี่ยน และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม ท่ามกลางการกำกับดูแลของทางการไทยที่อาจเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงต้องร่วมขบคิด และวางแผนรับมืออย่างจริงจัง เพื่อให้การตัดสินใจเข้าร่วมการเจรจาครั้งสำคัญนี้ นำมาซึ่งประโยชน์ของผู้บริโภค และประโยชน์ในองค์รวมของประเทศได้สูงสุด.

 

 

 

ที่มา : http://www.thairath.co.th/

 

ป้ายโฆษณา

[ Home || About PSCMT ||  C.P.S. & C.P.K. || CPSM || Training & Seminar || News || Event || Download || FAQs ]

© 2005 Purchasing and Supply Chain Management Association of Thailand. All right reserved.
26/56 Chan Tat Mai Road, TPI Tower, 23rd floor, Tungmahamek, Sathorn, Bangkok, 10120 THAILAND
Tel. +66 2678 6786-7 Fax. +66 2678 6788